2025-12-03

ดร.พงษ์ศักดิ์ วงศ์เลิศคุณากร

ระบบควบคุมการเข้า–ออกอัจฉริยะ กับบทบาทที่เพิ่มขึ้นของ AI

ดร.พงษ์ศักดิ์ วงศ์เลิศคุณากร

  • ที่ปรึกษาด้านสถานที่ทำงาน
  • ปริญญาเอก (Ph.D.) สาขาการจัดการจากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
  • ปริญญาโท (M.S.) สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์และสารสนเทศจาก มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย
  • ปริญญาตรี (B.Eng.) สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์จาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

วันนี้ระบบ Access Control ไม่ได้แค่เปิด–ปิดประตู แต่ “วิเคราะห์พฤติกรรม” เหมือนมีสมองของตัวเอง

AI ทำอะไรให้ Access Control เก่งขึ้น?

1. 1. การวิเคราะห์พฤติกรรมการเข้า–ออก AI ตรวจจับรูปแบบการเข้าใช้งานที่ผิดปกติได้

  • พนักงานเข้าอาคารในเวลาที่ผิดปกติ
  • บุคลากรพยายามเข้าถึงพื้นที่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานของตน
  • ผู้เยี่ยมชมพักอาศัยนานเกินกว่าที่ได้รับอนุญาต

ตัวอย่าง:

ระบบ AI ของโรงงานได้แจ้งเตือนพนักงานคนหนึ่งที่เข้าคลังสินค้าในเวลา 02:00 น. ซึ่งเป็นเวลาที่เขาไม่เคยเข้าถึงมาก่อนเลยในรอบสองปี ผลปรากฏว่าไม่เป็นอันตราย แต่ระบบก็ได้ระบุความผิดปกติที่มนุษย์อาจจะมองข้ามไปได้อย่างถูกต้อง

เหตุการณ์จริงที่แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยง

2. Anti-Spoofing สามารถตรวจจับได้ทั้ง :

  • ตรวจจับรูปภาพที่พิมพ์ (Printed photos)
  • คลิปวิดีโอที่แสดงบนโทรศัพท์
  • การใช้หน้ากาก 3D

สิ่งนี้ช่วยให้มั่นใจได้ว่า การยืนยันตัวตนด้วยไบโอเมตริกซ์จะไม่สามารถหลอกได้ง่าย

3. เชื่อมข้อมูลกับ HR / ERP / IoT อัตโนมัติ การควบคุมการเข้าถึงที่ขับเคลื่อนด้วย AI จะอ่านข้อมูลตามเวลาจริง:

  • HR ปิดสิทธิ์พนักงานลาออก → ประตูปิดทันที
  • พนักงาน WFH → สิทธิ์เข้าบริษัทถูกระงับอัตโนมัติ
  • เปิดประตู → แอร์/ไฟ เปิดเองในห้องนั้น

4. AI สรุปรายงานเหตุการณ์ให้อัตโนมัติ ในอนาคตสามารถถามระบบว่า:

“สรุปเหตุผิดปกติของเดือนนี้ให้หน่อย”

แล้ว AI สรุปเป็นรายงานทันที

ข้อสรุป

AI ทำให้ Access Control ไม่ใช่แค่ “ระบบประตู” แต่เป็น “ระบบบริหารจัดการคนและความปลอดภัยทั้งองค์กร”

เราใช้คุกกี้เพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้อย่างเหมาะสม วิเคราะห์การใช้งาน และปรับปรุงประสบการณ์ของคุณ โดยการใช้เว็บไซต์นี้ต่อ คุณยอมรับการใช้คุกกี้ของเรา